เปิดตำนาน หลวงปู่ทวด….สู่พลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนมานานกว่า 400 ปี

เปิดตำนาน หลวงปู่ทวด….สู่พลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนมานานกว่า 400 ปี

เมื่อกล่าวถึงพระเกจิอาจารย์ ที่มีชื่อเสียง เป็นที่เคารพสักการะแก่พุทธศาสนิกชน ชาวไทยมายาวนาน กว่า 400 ปี หนึ่งในนั้น คือสมเด็จพระสังฆราชคูรูปาจารย์ หรือที่เราเรียกท่านว่า หลวงปู่ทวด วันนี้เราจะมาเปิด ตำนาน ไขข้อข้องใจรวมถึงวิธีการบูชาเหรียญหลวงปู่ทวดที่ถูกต้อง เพื่อความเป็นสิริมงคล คุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลย

ประวัติหลวงปู่ทวด

 ท่านเกิดที่ตำบลพะโค อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เดิมท่านชื่อว่าปู เกิดเมื่อแรม 10 ค่ำเดือน 4 ปีมะโรง วันที่ 3 มีนาคมพุทธศักราช 2125 ตั้งแต่เด็กท่านได้เรียนหนังสือที่วัดดีหลวง หลังจาก ขออนุญาตพ่อกับแม่ บวชเป็นเณร แล้วต่อมาท่านก็ได้บวชเป็นพระ และมีฉายาว่า สามีราโม โดยคนทั่วไปจะเรียกท่านว่า เจ้าสามีราโม เมื่อบวชแล้วท่านไปศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจบการศึกษา ท่านได้เดินทางโดยเรือสำเภา ไปที่กรุงอโยธยา เพื่อ ศึกษาวิชาการต่างๆ เพิ่มเติม ที่วัดพุทไธศวรรย์ เป็นวัดหลวงที่พระเจ้าอู่ทองสร้างขึ้น ที่กรุงอโยธยา ซึ่งเป็นวัดที่พระเจ้าอู่ทองเสด็จไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอยู่เสมอ และเมื่อวันที่ 15 ค่ำเดือน 3 ปีพุทธศักราช 2181 ท่านได้ เลื่อนตำแหน่งสัมมนาเป็นเจ้าคุณ ซึ่งเป็นฐานันดรศักดิ์ ของพระ ผู้ใหญ่ในสมัยนั้น

เปิดตำนานหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

หลังจากที่ท่านอยู่กรุงอยุธยาเป็นเวลานาน  ท่านต้องการจะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด ที่จังหวัดสงขลา ในสมัยนั้นจะต้องเดินทางโดยเรือสำเภา ซึ่งใช้ระยะทางไปกลับระหว่างสงขลาและกรุงอโยธยา เป็นเวลานานถึง 1 ปี ในขณะที่ท่านกลับไปเยี่ยมบ้านแล้ว ขากลับที่ท่านจะเดินทางจากสงขลามายังอโยธยาก่อน ที่จะออกเรือ พวกลูกเรือทั้งหลาย ไม่ได้ ศรัทธาในพระพุทธศาสนา แล้วมัวแต่ตั้งวงเล่นไพ่ ดื่มน้ำเมากัน จนลืมเตรียมน้ำจืดไว้ใช้ในเรือ หลังจากออกเดินทางออกเรือไปแล้ว คนบนเรือไม่มีน้ำกินน้ำใช้ และต่างพากันโวยวาย โทษคนนั้นคนนี้ในเรือ และด้วยความที่ลูกเรือไม่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ไม่เคารพพระภิกษุ ไม่สนใจ จึงต่างพากันใส่ร้ายหลวงปู่ทวด ว่าท่านเป็นตัวการที่ทำให้คนในเรือต้องอดน้ำ ไม่มีน้ำใช้ และประกอบกับเรือต้องเจอพายุใหญ่ ทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง จนทำให้ลูกเรือจะพากันอดตาย จากนั้นจึงสุมหัวกันคิด ที่จะจับหลวงปู่ทวดปล่อยไว้ที่เกาะหนูเกาะแมว เพื่อที่จะให้เรือสำเภาพ้นจากอันตรายที่เกิดขึ้นบนเรือ ด้วยเหตุนี้ หลวงปู่ทวด จึงตั้งจิตอธิษฐานบารมีว่า หากข้าพระเจ้าสามารถสืบต่อพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป ขอให้นำทะเลที่เหยียบกลายเป็นน้ำจืดด้วยเถิด จากนั้นหลวงปู่ทวดเอาเท้าจุ่มไปน้ำทะเล แล้วเกิด อัศจรรย์เกิดขึ้นคือ น้ำทะเลบริเวณเท้าของหลวงปู่ทวดกลายเป็นน้ำจืดจริงๆ ทำให้ลูกเรือที่อยู่บนเรือสำเภาลำนั้นสามารถตักน้ำมาใช้บนเรือได้มากถึง 13 โอ่ง (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ตำนานแต่ละที่อาจจะเขียนจำนวนน้ำในโอ่งที่ลูกเรือตักได้แตกต่างกัน) ทั้งนี้ตำนานจะเขียนเหมือนกันว่า บนเรือสำเภามีน้ำใช้ตลอดจนเรือสำเภาเดินทางไปถึงกรุงอโยธยา ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็น ที่มาของชื่อหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

กลับกรุงอโยธยา

เมื่อหลวงปู่ทวด เดินทางมาถึงอโยธยาและอยู่ได้ประมาณ 2 ปี ได้มีชาวลังกายกทัพมาล้อมเมืองอโยธยาไว้แล้วมีการตั้งปริศนาธรรม ท้าพนันกันเอาบ้านเอาเมือง ตามตำนานเล่าว่า หลวงปู่ทวดท่านอธิษฐานบารมี ในการกู้บ้านเมืองครั้งนี้ ว่าหากท่านมีบารมีพอที่จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาปริศนาธรรมครั้งนี้ เพื่อไม่ให้บ้านเมืองตกเป็นของชาวลังกา ขอให้ท่านสามารถแก้ปริศนาธรรมนี้ได้ ซึ่งท่านสามารถแก้ปริศนาทำได้สำเร็จ ทำให้กรุงอยุธยาไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของลังกา ต่อมาพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงสถาปนาท่านให้เป็น สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงอโยธยาพระนามว่าสมเด็จพระสังฆราชคูรูปาจารย์ แต่หลวงปู่ทวด ท่านไม่ได้ยึดติดในลาภยศสรรเสริญแต่อย่างใด จากนั้นท่านได้สละตำแหน่งพระสังฆราช และปลีกวิเวก ไปที่น้ำตกทรายขาว เพื่อบำเพ็ญเพียร ตามรอยพระพุทธองค์ ซึ่งในระหว่างที่ท่านอยู่ที่น้ำตกทรายขาวท่านได้เทศน์สั่งสอนชาวบ้าน ในละแวกนั้น เกี่ยวกับการเพ่งกสิณน้ำ โดยที่ท่าน กล่าวว่าการเพ่งน้ำในน้ำตกว่าน้ำนี่ไหลมาอย่างไร น้ำมาจากจุดไหน น้ำมีทางไปอย่างไร นี่คือเรื่องของนามธรรม ว่าทุกสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ฉันนั้น และผู้ปฏิบัติธรรมจะรู้ได้เฉพาะตน ซึ่งหลวงปู่ทวดบำเพ็ญอยู่ที่น้ำตกทรายขาวเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ท่านอยู่ในป่า จะเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์นับไม่ถ้วน มีไข้ป่า รวมถึงไม่มีแม้กระทั่งแสงไฟ อาหารการกินไม่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ที่จะมาทำร้ายท่าน มีวิญญาณสัมภเวสีต่างๆที่จะคอยรบกวน แต่ท่าน บําเพ็ญเพียรขันติบารมี เพื่อค้นพบสัจธรรมแท้จริง ซึ่งในบางครั้งท่านจะเดินทางไปอยู่ที่วัดพะโคะบ้าง ที่กระทิงผาบ้าง ต่อมาท่านได้เดินทางไปที่เกาะแก้วพิสดารที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งสมัยนั้นในอดีตจะเรียกกันว่าหนองภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองที่มี เจ้าเมืองปกครองอยู่ ท่านอยู่ที่เกาะแก้วพิสดารเป็นเวลา 5 ปี ในระหว่างที่อยู่ในนั้น มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะมีไม่กี่ครอบครัว แต่ที่นั่นเต็มไปด้วยโจรสลัดชุกชุมที่จะคอยปล้นสะดม ชาวบ้าน แต่การอยู่บนเกาะนั้นทำให้จิตใจของท่านสงบ หลุดพ้นและมีสติอยู่กับตัวเสมอ ต่อมาท่านสร้างวัดช้างให้ ที่จังหวัดปัตตานีซึ่ง ในวันที่ 15 ค่ำเดือน 9 ปีพุทธศักราช 2198 ท่านได้บำเพ็ญเพียรจนสำเร็จ และตั้งปณิธานจะสร้างวัดที่ปัตตานีเพื่อเป็นอนุสรณ์ของความสําเร็จในทางธรรม ซึ่งตามตำนานกล่าวว่าท่านใช้วิธีการสร้างนั่งสมาธิ บนหลังช้างและให้ช้างเดินไปเรื่อยๆ ช้างร้องที่ไหน ก็สร้างวัดที่นั่น ซึ่งช้างที่ท่านนั่งสมาธิบร้องตรงนี้ จึงสร้างวัดและกลายเป็นวัดช้างให้ และดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

การละสังขารของหลวงปู่ทวด

มีการอ้างอิงกล่าวว่าท่านละสังขารเมื่อวันที่ 15 ค่ำเดือน 3 ปีมะแม ตรงกับวันพุธที่ 6 มีนาคม ปีพ.ศ.2224 รวม ชนมายุ 99 ปี 3 วัน โดย ท่านเป็นพระนักปฏิบัติ ที่สมะถะมากท่านใช้จีวรเพียงแค่ 4 ชุดเท่านั้น ถึงแม้ท่านมีสมณศักดิ์สูงเพียงใดแต่ท่านไม่เคยหลงในลาภยศสรรเสริญนั้นเลย ท่านต้องการ ทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา บำเพ็ญเพียรเพื่อสำเร็จ และโปรดญาติโยมให้ทำความดีตั้งใจประพฤติปฏิบัติ แต่ความดีถือศีล และ โปรดสอนญาติโยม ชาวพุทธศาสนา ให้ดำรงไว้ในศีลในธรรมสืบต่อพระพุทธศาสนาสืบต่อไปในภายภาคหน้า

อภินิหารบูชาหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

หลวงปู่ทวดเนื้อว่าน 2497 ตามตำนานและความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่ทวด ทำให้ มีการบูชาเช่าองค์หลวงปู่ทวดมาบูชา เชื่อในเรื่องของพุทธคุณ บูชาเกิดสิริมงคลแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันอันตรายทั้งหลายทั้งปวง และรุ่นที่หายากที่สุดและได้รับความนิยมสูงคือหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน 2497 เป็นรุ่นที่วัดช้างให้พิมพ์ในปี 2497 มีการผสมมวลสาร ดินกากยายักษ์และว่านมงคลต่างๆ ซึ่งถือได้ว่าเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงมีมูลค่าสูงมาก แต่ทั้งนี้การบูชาเพื่อเพิ่ม ความเป็นสิริมงคลและให้หลวงปู่ทวด ดูแลปกปักรักษา ผู้บูชาจะต้องเป็นคนดีมีคุณธรรมมีจริยธรรม และถือศีลปฏิบัติตาม คำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัดจะทำให้เกิดอภินิหารกับตัวเอง

คาถาบูชาหลวงปู่ทวด

 ตั้งนะโม 3 จบ

นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา 3 จบ

 ซึ่งผู้ที่เลื่อมใสบูชาในหลวงปู่ทวด หากสวดคาถาบทนี้ จะทำให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันอันตราย ทั้งหลายทั้งปวง และสวดเมื่อต้องการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ให้หลวงปู่ทวดคุ้มครอง จงหมั่นทำบุญสุนทาน ปฏิบัติตนเป็นคนดีจะ มีคนรักเมตตา อุดมไปด้วยโชคลาภและความสำเร็จแคล้วคลาดปลอดภัยและ ป้องกัน โรคภัยไข้เจ็บ

หล่อหลวงปู่ทวด มาบูชาหรือแจก จ่ายให้กับญาติโยม จะต้องทำอย่างไรบ้าง

สำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธา ที่ต้องการหล่อหลวงปู่ทวดหรือหล่อพระ เราขอแนะนำวิธีการเลือกโรงหล่อพระที่มีคุณภาพ ผลงานดี และมีประสบการณ์ในการหล่อพระมาอย่างยาวนาน ควรพิจารณา ดังนี้

 1.เลือกโรงหล่อพระที่มีช่างผู้ชำนาญการด้วยฝีมือและความละเอียดประณีต

การหล่อพระ จะต้องเลือกช่างที่มีประสบการณ์อย่างยาวนาน มีความละเอียดประณีตใช้วัตถุดิบในการหล่อพระที่ดีมีคุณภาพสูง เพื่อให้พระที่หลอกมามีความสวยงามสมบูรณ์แบบ

2.มีการบริการครบวงจร

เราคือโรงงานปั้มพระที่ทำพระหลวงปู่ทวด ที่สวยที่เหมือน และ สุดในประเทศไทย

เนื่องจากว่าโรงปั้มพระเหรียญ ทำได้ทั้งในสถานที่และนอกสถานที่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งนี้ผู้มีจิตศรัทธาในการปั้มพระ หรือ หล่อองค์หลวงปู่ทวด เพื่อให้พุทธศาสนิกชนกราบไหว้บูชาหรือแจกจ่ายองค์เล็กๆ ตามงานบุญต่างๆ ทางโรงหล่อพระ ต้องมีการบริการแบบครบวงจร Premium ตั้งแต่ขั้นตอนของการออกแบบ ขนาด รวมถึงวัสดุ ที่ใช้ในการหล่อ เช่น หล่อพระทองคำ หล่อพระ เนื้อสัมฤทธิ์ เป็นต้น

3.มีแบบให้เลือกเยอะ

 โรงงานปั้มพระที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพสูงจะต้องมีแบบให้ผู้มีจิตศรัทธา ที่ต้องการหล่อพระให้เลือกหลายรูปแบบ และ มีทีมงานระดับมืออาชีพที่ให้คำแนะนำในการออกแบบ เพื่อความสวยงามและตรงกับความต้องการมากที่สุด

4.ได้รับความคุ้มค่าสูงสุด

 ผู้ที่มีจิตศรัทธาในการทำพระ จะต้องเลือกโรงปั้มพระที่ มีการบริการที่ดี ผลงานระดับ Premium มีความสวยงามตรงตามแบบศิลปะกรรมโบราณ รวมถึง ราคาคุ้มค่า มากที่สุด นอกจากนี้จะต้องเก็บรายละเอียด ของพระ หรือหลวงปู่ทวดที่ต้องการหล่อ ครบทุกจุด ลวดลายรวมถึงงานปิดทองเค ที่มีคุณภาพ

5.บริการจัดส่งรวดเร็วทันใจ

เลือกโรงงานปั้มงานพระ ที่จัดส่ง รวดเร็ว และในยุคนี้สามารถติดต่อทางช่องทางออนไลน์ได้ เพื่อความสะดวกสบายในการ สั่งทำมากยิ่งขึ้น นอกจากหลวงปู่ทวดแล้ว สามารถออกแบบและหล่อพระวัตถุมงคลอื่นๆ ที่หลากหลาย ตามความต้องการของคุณลูกค้า

  1. มีผู้เชี่ยวชาญในการแนะนำ

ว่าการปั้มพระเหรียญ แต่ละแบบ มีความแตกต่างอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของคุณลูกค้ามากที่สุด ซึ่งเนื้อของโลหะแต่ละชนิด มีความแตกต่างกัน เช่น ปั๊มสองหน้า หล่อพระเนื้อโลหะ เนื้อทอง เนื้อเงิน เนื้ออลูมิเนียม เนื้อไฟเบอร์กลาสเสริมใยแก้ว หรือหล่อพระเนื้ออื่นๆ เป็นต้น

 เป็นอย่างไรกันบ้างกับ ข้อแนะนำในการหล่อหลวงปู่ทวด เพื่อต้องการนำมาแจกจ่ายให้กับญาติโยมในงานมงคลหรือหล่อหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนมากราบไหว้ ทั้งนี้เราขอแนะนำให้มาที่นี่โรงหล่อพระ คุณภาพให้บริการครบวงจร ที่นี่มีช่างที่มีความชำนาญการ ฝีมือละเอียดประณีต ทุกขั้นตอน ทำให้งานหล่อพระออกมาสวยงดงาม ตามแบบที่คุณต้องการ ในราคาที่คุ้มค่ามากที่สุด
โรงงานพุทธสำเร็จ ของเรานั้น ออกแบบและ ปั้มเหรียญ พระเหรียญ หลวงปู่ทวด
ได้เหมือน และ สวยที่สุดในประเทศ ติดตามผลงาน เราได้ใน เวบไซค์ และ เพจ เฟสบุ๊ค





 ขอบคุณที่มา ประวัติหลวงปู่ทวด http://poosawan.org/index.php/2013-07-26-10-14-08/72-2013-07-26-10-13-06